• เครื่องมือสื่อสาร
  • เครื่องมือสื่อสาร ONLINE MARKETING ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ

    เครื่องมือสื่อสาร

    เครื่องมือสื่อสาร การใช้เครื่องมือสื่อสารบนโลกของการตลาดออนไลน์อย่างมีประสิทธิภาพนั้น สามารถจัดการการทำงานให้ราบรื่นยิ่งขึ้น ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ใดก็ตาม ซึ่งนั่นส่งผลต่อการเพิ่มโอกาสสร้างยอดขายในธุรกิจ

    เครื่องมือสื่อสาร ละช่วยจัดการงานและชีวิตให้ง่ายขึ้น สะดวกและรวดเร็วด้วยการวางแผนมีเครื่องมือที่ดี เชื่อมต่อกับองค์กรและลูกค้าอย่างราบรื่น เห็นผล และประสบความสำเร็จในที่สุด

    เครื่องมือสื่อสาร

    1 SOCIAL MEDIA

    สามารถสื่อสารกับลูกค้าและกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการได้อย่างดีเยี่ยม อาศัยการตลาดและการวางแผนที่สามารถเชื่อมต่อทุกช่องทาง และปรับให้เข้ากับธุรกิจของเรา วางแผนสื่อ Media และ Content ผ่านช่องทางต่างๆ เหล่านี้ เพื่อสื่อสารให้ลูกค้าเข้าถึงได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด เพื่อให้ได้ยอดขายทะลุเป้าจากเครื่องมือของการตลาดออนไลน์ที่คุ้นเคยและมีศักยภาพเช่นนี้

    2 G SUITE FOR BUSINESS

    โซลูชั่นที่รองรับระบบการทำงาน ที่ช่วยพัฒนาการสื่อสารให้ดียิ่งขึ้น ด้วยการเปิดใช้งานการสื่อสารบนระบบคลาวด์ ทำให้ทุกคนในทีมสามารถค้นหา จัดเก็บเอกสาร นำเสนอ และประชุมงานร่วมกันได้อย่างไม่มีข้อจำกัด ซึ่งการจัดเก็บไว้บน Cloud จึงปลอดภัยและประหยัดเวลาในการติดต่อสื่อสารที่ยุ่งยากออกไปเช่นกัน และทุกคนสามารถทำงานง่ายๆ ได้ทุกที่แบบเรียลไทม์ได้บนคอมพิวเตอร์ หรือ อุปกรณ์เคลื่อนที่เพียงเครื่องเดียว

    3 GOOGLE ANALYTICS

    ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเป้าหมายที่เข้ามา (Audience), ช่องทางที่ลูกค้ามาหาเรา (Acquisition), พฤติกรรมลูกค้า (Behavior) รวมถึงวัดผลการขาย (Conversion) จะช่วยให้คุณวางแผน วิเคราะห์ เพื่อให้เข้าถึงลูกค้า และสามารถจัดการโฆษณาได้ในงบประมาณที่เหมาะสม จนนำมาซึ่งเก็บข้อมูลสถิติ และมีการวัดผลที่ชัดเจน เพื่อนำมาปรับระดับโฆษณาหรือการเผยแพร่สื่อให้เหมาะสมต่อไป

    4 MAIL CHIMP

    สำหรับนักการตลาดออนไลน์ ระบบ E-mail Marketing หรือการทำการตลาดผ่านช่องทางการส่งอีเมล ถือเป็นอีกเครื่องมือการจัดการการสื่อสารไปยังลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่ง Mail Chimp มีบทบาทโดยตรงในการรักษาลูกค้าทางการตลาดออนไลน์ ซึ่งจะช่วยรักษาลูกค้าปัจจุบัน และช่วยผลักดันช่องทางธุรกิจของคุณได้อีกเช่นกัน

    ขอบคุณแหล่งที่มา     https://digitalmarketingwow.com…

  • เครื่องมือสื่อสาร
  • การสื่อสาร การตลาดคืออะไร และ 6 เครื่องมือการทำการตลาด

    การสื่อสาร

    การสื่อสาร การสื่อสารการตลาด คือการนำการสื่อสาร และการตลาดมาร่วมกัน ทำให้มีรูปแบบเป็นกระบวนการที่ผสมผสานกัน

    การสื่อสาร การสื่อสารการตลาด คือการนำการสื่อสาร และการตลาดมาร่วมกัน ทำให้มีรูปแบบเป็นกระบวนการที่ผสมผสานกันระหว่างกระบวนการสื่อสาร และกระบวนการทางการตลาดไว้ด้วยกันอย่างลงตัวโดย การสื่อสารการตลาด ถูกทำขึ้นมาเพื่อสนับสนุนการทำการตลาด สร้างการรับรู้ ความเข้าใจ

    การสื่อสาร

    ให้กับผู้บริโภค หรือกลุ่มเป้าหมายตามที่ผู้ผลิตได้สื่อออกไปให้มากที่สุด โดยการสื่อสารทางการตลาดสามารถทำได้ด้วยการใช้คำพูด รูปภาพ หรือสร้างการรับรู้ทางประสาทสัมผัสทั้ง 5 เพื่อเพิ่มความพึงพอใจของผู้บริโภค กระตุ้นการขายให้เพิ่มมากขึ้น และสร้างความจงรักภักดีให้กับตราสินค้า ซึ่งถือว่ามีบทบาทสำคัญมากสำหรับการทำการตลาด โดยการ การสื่อสารการตลาด สามารถทำได้ด้วยการใช้ 6 เครื่องมืออันทรงประสิทธิภาพ ดังนี้

    1. การโฆษณา คือกิจกรรมทางการตลาดที่จัดทำขึ้นมาเพื่อสนับสนุนการขาย เพิ่มกำไร แนะนำผลิตภัณฑ์ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้นในตลาด และการโฆษณามักจะถูกนำมาใช้ในกรณีดังต่อไปนี้

    – เมื่อต้องการสร้างความแตกต่างให้กับผลิตภัณฑ์ ในเวลาอันรวดเร็ว และขยายเป็นวงกว้าง

    – เพื่อยึดตำแหน่งครองใจผู้บริโภค ซึ่งก็คือการทำให้สินค้าที่มีรูปแบบการใช้งานที่เหมือนกัน มีความแตกต่างกันในด้านความรู้สึก โดยการใช้สโลแกน หรือการใช้คำเฉพาะ

    – เพื่อสร้างผลกระทบที่ยิ่งใหญ่ หากคุณเริ่มต้นธุรกิจที่มีขนาดไม่ใหญ่มากนัก แต่ต้องการให้ธุรกิจเป็นที่รู้จักมากขึ้น การทำโฆษณาก็เป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้ธุรกิจของคุณดูยิ่งใหญ่ และส่งผลกระทบให้ภาพลักษณ์ และถูกพูดถึงมากขึ้น

    – ย้ำตำแหน่งของผลิตภัณฑ์ หากสินค้า และบริการของคุณเป็นที่รู้จักอยู่แล้ว การทำโฆษณาสามารถทำเพื่อย้ำตำแหน่งผลิตภัณฑ์ของคุณที่อยู่ในใจของลูกค้าให้ชัดเจนยิ่งขึ้นได้เช่นกัน

    2. การประชาสัมพันธ์ เป็นหนึ่งในกลยุทธ์การตลาดที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งอย่าง ที่นับวันจะยิ่งมีบทบาทมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการสร้างเสริมเพิ่มความแข็งแกร่งให้แก่แบรนด์ หรือสินค้าทั้งทางตรง และทางอ้อม จึงมักถูกนำมาใช้ในกรณีต่อไปนี้

    – ประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างภาพลักษณ์ จะใช้ในการสร้างภาพลักษณ์ให้กับผลิตภัณฑ์ที่มีรูปแบบการใช้งานที่คล้ายคลึงกัน ให้อยู่เหนือกว่าคู่แข่งขัน

    – เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายรู้จักตัวตนของสินค้าที่เป็นชนิดเดียวกันแต่ต่างกันที่แบรนด์ และยี่ห้อ โดยทำการแนะนำข้อแตกต่าง หรือข้อดี ของผลิตภัณฑ์ว่ามีความแตกต่างกับแบรนด์อื่นยังไง

    – เพื่อส่งเสริมการขาย การประชาสัมพันธ์ เป็นการให้ข้อมูลที่มากกว่าการโฆษณา และสามารถส่งเสริมการขายเป็นอย่างดี

    3. การสื่อสารการตลาดทางตรง เป็นการทำการตลาดโดยการติดต่อกับลูกค้าโดยตรง ระหว่างธุรกิจ กับผู้บริโภคหรือกลุ่มเป้าหมายโดยตรง โดยการสื่อสารการตลาดทางตรงมักถูกใช้ในกรณีต่อไปนี้

    – ก่อนการทำการตลาดทางตรงหากมีข้อมูลของกลุ่มเป้าหมายที่ดี จะช่วยให้ค่าใช้จ่ายในการทำการตลาดลดลง และทำการตลาดได้ตรงเป้าหมายมากขึ้น

    – เพื่อทำให้เป็นการทำการตลาดแบบส่วนตัว โดยการส่งจดหมายให้ลูกค้าโดยตรง ที่จะทำให้ลูกค้าเกิดความรู้สึกพิเศษที่ตนเองก็ได้รับเลือกเป็นกลุ่มเป้าหมาย และทำให้กลุ่มเป้าหมายรู้สึกเป็นส่วนตัวด้วย

    – เพื่อให้เกิดการติดตามผล เช่นการโฆษณาคอนโดมิเนี่ยมโดยการส่งบัตรเชิญชมห้องตัวอย่าง และติดตามผลของผู้ที่เข้ามาชม ว่ามีการตอบรับมากน้อยแค่ไหน

    – เพื่อกระตุ้นความสัมพันธ์ คือการทำการตลาดโดยสื่อสารกับลูกค้าโดยตรงด้วยการพูดคุย หรือผ่านข้อความ ซึ่งการพูดคุยถือเป็นพื้นฐานของการสร้างความสัมพันธ์

    4. การสื่อสารเพื่อส่งเสริมการตลาด เป็นการทำการตลาดเพื่อจูงใจเพื่อกระตุ้นให้เกิดการขายที่เร็วขึ้น และถูกใช้ในกรณีดังต่อไปนี้

    – การหาลูกค้าใหม่ เป็นการทำให้ลูกค้าที่ไม่เคยใช้สินค้า และบริการมาก่อน เกิดความสนใจ และต้องการซื้อสินค้า อาจเป็นการ ลด แลก แจก แถม

    – เพื่อรักษาลูกค้าเก่า ในกรณีที่คู่แข่งขันออกผลิตภัณฑ์ใหม่ การส่งเสริมการขายก็มีส่วนเข้ามาช่วยในการรักษาลูกค้าเก่าไว้ อาจทำได้ด้วยการจัดโปรโมชั่นเพื่อให้ลูกค้าหันกลับมาสนใจผลิตภัณฑ์ของคุณอีกครั้ง

    – เพื่อส่งเสริมยอดขายให้เพิ่มมากขึ้น ให้ผลิตภัณฑ์ของคุณถูกซื้อออกไปมากขึ้น หรือการถูกซื้อออกไปอย่างต่อเนื่อง หรือกลับมาซื้อสินค้าอย่างต่อเนื่อง

    – เพิ่มอัตราการใช้ผลิตภัณฑ์มากขึ้น อาจทำขึ้นมาในรูปแบบการสะสมแต้ม เพื่อรับของแถม หรือเพื่อแลกของแถมตามกติกาที่ได้กำหนดไว้

    5. สื่อสารแบบส่วนตัว หรือการสื่อสารโดยพนักงาน เป็นการสื่อสารทางการตลาดแบบใช้พนักงานขาย มักจะถูกใช้กับสินค้าที่มีรายละเอียดการใช้งาน หรือวิธีการใช้งานที่ซับซ้อน และในกรณีต่อไปนี้

    – เมื่อสินค้าเหมาะกับการใช้งานโดยการสื่อสารแบบส่วนตัว อย่างประกันชีวิต ประกันรถยนต์ หรือแม้กระทั่งการซื้ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ลูกค้าล้วนต้องการข้อมูลของสินค้าอย่างละเอียด

    – เมื่อสินค้ามีความซับซ้อน เพื่อให้พนักงานอธิบายถึงผลิตภัณฑ์ที่มีความซับซ้อน ที่ไม่สามารถขายทางอินเทอร์เน็ต หรือการวางขายตามหน้าร้านปกติ

    6. การสนับสนุนกิจกรรมทางการตลาด การสนับสนุนกิจกรรมทางการตลาดสามารถเป็นตัวกระตุ้นความต้องการซื้อของผู้บริโภค หรือกลุ่มเป้าหมายได้ มักจะถูกใช้ในกรณีดังต่อไปนี้

    – เมื่อต้องการขายโดยใช้พนักงาน เพราะการใช้พนักงานขายสามารถเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับสินค้า และสามารถประหยัดเงินทุนในการทำโฆษณาทางการตลาดได้ดี

    – เมื่อต้องการใช้การสนับสนุนการตลาดสำหรับผู้ค้าปลีก จะถูกใช้ในกรณีผู้ค้าปลีกรู้ตลาดดีกว่าผู้ผลิต และผู้ค้าปลีกมีชื่อเสียงดีกว่าผู้ผลิต

    – เมื่อต้องการใช้การโฆษณาร่วมกันของผู้ผลิต กับผู้ค้าปลีก เพื่อให้ผู้ค้าปลีกกล่าวถึงสินค้า หรือให้ผู้ผลิตกล่าวถึงสินค้า และออกค่าใช้จ่ายในการโฆษณาร่วมกัน

    ขอบคุณแหล่งที่มา   https://www.am2bmarketing.co.th…

  • เครื่องมือสื่อสาร
  • อัพเดท เครือข่าย มือถือรายใหญ่ เอไอเอส ดีแทค ทรูมูฟเอช

    อัพเดท เครือข่าย หลังจากที่มีข่าวคราวอัพเดตล่าสุดถึงคลื่นความถี่ใหม่จากค่ายดีแทค ทางเราก็จะขอมาอัพเดตข้อมูลล่าสุดกันสักนิดว่า ตอนนนี้เครือข่ายมือถือในไทยแต่ละเจ้านั้นถือครองคลื่นความถี่ใดบ้าง และจุดเด่นของแต่ละค่ายนั้นคืออะไร เพื่อประกอบการตัดสินใจในการเลือกค่ายมือถือของคุณนั่นเอง

    อัพเดท เครือข่าย มือถือรายใหญ่ เอไอเอส ดีแทค ทรูมูฟเอช  มาดูกันว่าแต่ละเครือข่าย มีอะไรบ้าง

    อัพเดท เครือข่าย

    มาดูกันที่แบรนด์แรกอย่างเอไอเอสกันก่อน ซึ่งจากเดิมเอไอเอสถือครองคลื่นความถี่ 900MHz และ 1800MHz แต่หลังจากการประมูลคลื่นความถี่ในปี 2558 เอไอเอสจึงมีคลื่นความถี่ 900MHz คลื่น 1800MHz และคลื่น 2100MHz ความกว้างรวมกันทั้งหมด 40MHz พัฒนาเป็น AIS 4G Advance ซึ่งนอกจากการให้บริการอินเทอร์เน็ตแล้ว

    เอไอเอสยังตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองด้วยการเชื่อมต่อมาตรฐานผ่านเครือข่ายใยแก้วนำแสงไฟเบอร์ในพื้นที่ที่มีการใช้อุปกรณ์ไร้สายหนาแน่นทั้งภายในและภายนอกอาคาร และบริการ VoLTE HD voice เพื่อการสื่อสารที่คมชัดกว่า หรือจะเป็นเทคโนโลยีความเร็วสูงจากเอไอเอสอย่าง NEXT G ก็เป็นบริการที่น่าสนใจเช่นกัน

    อีกหนึ่งค่ายที่ลูกค้าไว้วางใจ กับ TrueMove H ที่มาพร้อมกับ 4G+ เป็นค่ายแรก บนคลื่นความถี่ที่เยอะที่สุดใน 3 ค่ายมือถือ ทั้งคลื่น 850MHz (เช่ากับทาง CAT) คลื่น 900MHz, คลื่น 1800MHz และคลื่น 2100MHz และทำให้มีแบนด์วิธคลื่นที่กว้างถึง 55MHz จึงสามารถรรองรับการใช้งานจากลูกค้าจำนวนมาก นอกจากนี้

    ทางทรูมูฟเอชยังมาพร้อมด้วยบริการเสริมด้านความบันเทิงร่วมกับ 4G+ และแพ็คเกจการใช้งานที่ครอบคลุมและราคาโดนใจ เพื่อให้ลูกค้าได้รับประสิทธิภาพ ความเร็ว แรงที่สุดจากทรูมูฟเอช

    ส่วนค่ายดีแทคนี้มีการอัพเดตครั้งใหญ่ เพราะดีแทคได้นำคลื่นความถี่ 2300MHz ที่ทาง dtac และ TOT ลงนามสัญญาให้บริการ 4G LTE-TDD 2300MHz มีความกว้างที่สุด 60MHz รายแรกและรายเดียวในไทย และเมื่อร่วมกับคลื่นความถี่เดิมที่ดีแทคมีอยู่ทั้ง 850MHz, 1800MHz และ 2100MHz ความกว้างรวม 50MHz ทำให้ดีแทคกลายเป็นเครือข่ายที่มีแบนด์วิธกว้างที่สุดถึง 110MHz เลยทีเดียว

    นอกจากนี้ ยังรองรับเทคโนโลยี TDD (Time Division Duplex) หรือการใช้งานคลื่นความถี่แบนด์เดียวเพื่อการรับและส่งข้อมูลในเวลาเดียวกัน ช่วยจัดสรรการใช้ช่องสัญญาณ เพื่อรองรับการใช้งานอินเทอร์เน็ตจำนวนมหาศาลจากลูกค้าจำนวนมาก และเพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าดีแทค

     

    ขอบคุณแหล่งที่มา   https://www.whatphone.net…

  • เครื่องมือสื่อสาร
  • องค์ประกอบ ของระบบสารสนเทศ ที่ทำให้การจัดการข้อมูลมีประสิทธิภาพ

    องค์ประกอบ

    องค์ประกอบ ฮาร์ดแวร์ (Hardware) หมายถึง เครื่องมือหรืออุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้งานในระบบสารสนเทศ เช่น อุปกรณ์สำนักงาน และเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ โดยฮาร์ดแวร์ที่สำคัญที่สุดในระบบสารสนเทศ คือ เครื่องคอมพิวเตอร์ ฮาร์ดแวร์ของเครื่องคอมพิวเตอร์ สามารถแบ่งได้ตามหน่วยการทำงาน

    องค์ประกอบ ซอฟต์แวร์ (Software) หรือ โปรแกรม คือชุดคำสั่งที่เรียงเป็นลำดับขั้นตอนเพื่อสั่งให้คอมพิวเตอร์ทำงานและประมวล ผลข้อมูล ให้ได้สารสนเทศที่ต้องการ ปัจจุบันซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการทำงานระดับบุคคล ระดับกลุ่ม และระดับองค์กร มี 2 ประเภท

    องค์ประกอบ

    นักวิเคราะห์ระบบ (System Analyst) คือ ผู้ทำหน้าที่วิเคราะห์ระบบการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์หรือระบบสารสนเทศที่ต้องการ โดยศึกษาปัญหาที่เคยเกิดขึ้นในระบบสารสนเทศ ตลอดจนหาแนวทางในการแก้ไขและปรับปรุงระบบสารสนเทศให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยนักวิเคราะห์ระบบแบ่งเป็น 2 ประเภท ดังนี้

    1 นักวิเคราะห์ระบบที่เป็นบุคลากรภายในองค์กร (Staff employee within theorganization)2 นักวิเคราะห์ระบบที่เป็นที่ปรึกษาจากภายนอก (Outside or externalconsultant)

    2 โปรแกรมเมอร์ (Programmer) คือ ผู้ที่ทำหน้าที่รับระบบสารสนเทศจากนักวิเคราะห์ระบบที่ได้จัดทำไว้มาเขียนหรือสร้างให้เป็นโปรแกรม เพื่อสั่งงานเครื่องคอมพิวเตอร์ให้ทำหน้าที่ได้ผลลัพธ์ตามที่ออกแบบมา

    3 เจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติงานเครื่อง (Operator) คือ ฝ่ายที่ทำหน้าที่ติดตั้งโปรแกรมคอมพิวเตอร์ลงในเครื่องคอมพิวเตอร์ เพื่อให้เครื่องคอมพิวเตอร์สามารถใช้งานได้ตรงตามความต้องการอย่างมีประสิทธิภาพ

    4 ผู้ใช้ (User) เป็นผู้ใช้งานระบบสารสนเทศโดยตรง ผู้ใช้ระบบสารสนเทศที่ดีจะต้องมีความรู้เกี่ยวกับการใช้เครื่องคอมพิวเตอร์และซอฟต์แวร์ที่ใช้

    4. ข้อมูล คือ องค์ประกอบที่ชี้วัดความสำเร็จหรือความล้มเหลวของระบบสารสนเทศ ข้อมูลที่ดีซึ่งเหมาะแก่การนำไปใช้งานต้องเป็นข้อมูลที่ถูกต้อง ทันสมัย และมีความน่าเชื่อถือ โดยผ่านกระบวนการกลั่นกรองและตรวจสอบแล้ว นอกจากนี้ระบบต้องมีการจัดเก็บข้อมูลให้เป็นระเบียบเพื่อความสะดวกต่อการค้นหา

    5. ขั้นตอนการปฏิบัติงาน คือ ระเบียบ วิธีการปฏิบัติงาน ลำดับขั้นตอนในการปฏิบัติงานหรือกระบวนการในการจัดการข้อมูลให้เป็นสารสนเทศที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้

     

    ขอบคุณแหล่งที่มา   https://sites.google.com…

  • ข่าวทั่วไป
  • ที่มาของ Internet คืออะไร ใช้อย่างไร มีประโยชน์อย่างไรบ้าง

    ที่มาของ

    ที่มาของ อินเทอร์เน็ตเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1969 (พ.ศ. 2512) จากการเกิดเครือข่าย ARPANET (Advanced Research Projects Agency NETwork) ซึ่งเป็นเครือข่ายสำนักงานโครงการวิจัยชั้นสูงของกระทรวงกลาโหม ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยมีวัตถุประสงค์หลักของการสร้างเครือข่ายคือ เพื่อให้คอมพิวเตอร์สามารถเชื่อมต่อ และมีปฏิสัมพันธ์กันได้

    ที่มาของ อินเทอร์เน็ต หมายถึง เครือข่ายคอมพิวเตอร์ ที่มีขนาดใหญ่ มีการเชื่อมต่อระหว่างเครือข่ายหลาย ๆ เครือข่ายทั่วโลก โดยใช้ภาษาที่ใช้สื่อสารกันระหว่างคอมพิวเตอร์ที่เรียกว่า โพรโทคอล (protocol) ผู้ใช้เครือข่ายนี้สามารถสื่อสารถึงกันได้ในหลาย ๆ ทาง อาทิ อีเมล เว็บบอร์ด และสามารถสืบค้นข้อมูลและข่าวสารต่าง ๆ รวมทั้งคัดลอกแฟ้มข้อมูลและโปรแกรมมาใช้ได้

    ที่มาของ

    การประยุกต์ใช้งานอินเทอร์เน็ต
    การประยุกต์ใช้อินเทอร์เน็ตในปัจจุบันทำได้หลากหลาย อาทิ ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือ อีเมล (email), สนทนา (chat), อ่านหรือแสดงความคิดเห็นในเว็บบอร์ด, การติดตามข่าวสาร, การสืบค้นข้อมูล / การค้นหาข้อมูล, การชม หรือซื้อสินค้าออนไลน์, การดาวโหลด เกม เพลง ไฟล์ข้อมูล ฯลฯ, การติดตามข้อมูล ภาพยนตร์ รายการบันเทิงต่าง ๆ ออนไลน์, การเล่นเกมคอมพิวเตอร์ออนไลน์, การเรียนรู้ออนไลน์ (e-learning), การประชุมทางไกลผ่านอินเทอร์เน็ต (video conference), โทรศัพท์ผ่านอินเทอร์เน็ต (VoIP) การอับโหลดข้อมูล หรืออื่น ๆ

    แนวโน้มล่าสุดของการใช้อินเทอร์เน็ตคือการใช้อินเทอร์เน็ตเป็นแหล่งพบปะสังสรรค์เพื่อสร้างเครือข่ายสังคม(Social Network) ซึ่งพบว่าปัจจุบันเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมดังกล่าวกำลังได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายเช่น เฟซบุ๊ก ไลน์ทวิตเตอร์ ไฮไฟฟ์ และการใช้เริ่มมีการแพร่ขยายเข้าไปสู่การใช้อินเทอร์เน็ตผ่านโทรศัพท์มือถือ (Mobile Internet) มากขึ้น เนื่องจากเทคโนโลยีปัจจุบันสนับสนุนให้การเข้าถึงเครือข่ายผ่านโทรศัพท์มือถือทำได้ง่ายขึ้นมาก

     

    ขอบคุณแหล่งที่มา   https://www.klongthomtech.com…