• เครื่องมือสื่อสาร
  • การแข่งขัน ระหว่าง 3 แอป Music Streaming War [Joox, Spotify, Apple Music] คุณล่ะ เลือกอะไร?

    การแข่งขัน

    การแข่งขัน ระหว่าง 3 แอป Music Streaming War [Joox, Spotify, Apple Music] คุณล่ะ เลือกอะไร?

    การแข่งขัน ระหว่าง 3 แอป ในปัจจุบันหลาย ๆ คนก็จะมีแอปฯ ฟังเพลงที่ติดเครื่องอยู่เป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็น Joox, Spotify หรือฝั่ง iOS ก็จะมี Apple Music เป็นตัวเลือกมาให้อีกข้อ บาคาร่า ซึ่งทั้ง 3 แอปฯ

    นี้เรียกได้ว่า สามารถตอบโจทย์การฟังเพลงของคนทั้งโลกได้ งานนี้มาดูกันว่าจุดเด่นของแต่ละตัวมีอะไรบ้างได้ที่นี่เลย

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา beartai.com

  • เครื่องมือสื่อสาร
  • การพัฒนาร่วมกันของ Huawei-Google ถูกขัดขวางไม่ได้ขายซะงั้น

    การพัฒนาร่วมกันของ

    การพัฒนาร่วมกันของ Huawei-Google ถูกขัดขวางไม่ได้ขายซะงั้น

    การพัฒนาร่วมกันของ Huawei-Google ถูกขัดขวางไม่ได้ขายซะงั้น

    ตั้งแต่ เดือนพฤษภาคมเป็นต้นมาเกิดศึกใหญ่ระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน โดยมี Huawei ได้รับ ผลกระทบ ถูกจัดอยู่ในรายการบริษัทที่เป็นภัยต่อความมั่นคง บาคาร่า ทำให้ไม่สามารถทำธุรกิจกับบริษัทเครือสหรัฐได้อย่างราบรื่น แต่ถึงแม้ว่าจะมีการลดหย่อนลงบ้างแล้วแต่ก็ยังไม่เหมือนแต่ก่อนอยู่ดี

    ล่าสุด The Information รายงานว่า การแบนดังกล่าวส่งผลกระทบถึงผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่สองบริษัทอย่าง Huawei และ Google ได้พัฒนาร่วมกันนับปีนั่นก็คือ Smart Speaker หรือลำโพงอัจฉริยะที่มาพร้อมกับ Google Assistant ซึ่งจริง ๆ สินค้าดังกล่าวถูกออกแบบมาเพื่อจะนำเข้ามาขายในสหรัฐอเมริกา แต่เนื่องจากมาตรการการแบนของรัฐบาลสหรัฐทำให้โครงการดังกล่าวต้องยุบไปอย่างน่าเสียดาย

    การที่ Huawei จะได้จำหน่ายลำโพงอัจฉริยะในสหรัฐอเมริกาเป็นเรื่องที่อาจจะต้องคิดสักหน่อย เพราะเจ้าถิ่นเดิมอย่าง Amazon, Google และ Apple ต่างก็มีรายงานว่าบริษัทต้นทางมีการดักฟังการสนทนาของผู้ใช้งาน โดยอ้างว่าเพื่อนำมาพัฒนาระบบการตอบโต้ให้ดียิ่งขึ้น แต่เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าบริษัทเหล่านั้นทำอยู่แค่นั้นล่ะ

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา beartai.com

  • เครื่องมือสื่อสาร
  • แอปใหม่ ของ Xiaomi แอปสุขภาพ Mi Health

    แอปใหม่ ของ Xiaomi แอปสุขภาพ Mi Health

    แอปใหม่  Xiaomi เป็นหนึ่งในแบรนด์ที่เป็นที่นิยมในหมวดของอุปกรณ์ไอทีสวมใส่เพื่อสุขภาพ เช่น Mi Band นาฬิกาข้อมือเพื่อสุขภาพ ราคาประหยัด บาคาร่า ที่สามารถเชื่อมกับสมาร์ตโฟนได้ ผ่านแอปที่ชื่อว่า Mi Fit

    แอปใหม่

    แต่ล่าสุดมีผู้ใช้พบแอปใหม่ Mi Health ที่มีความสามารถคล้าย ๆ กับแอป Mi Fit ใน MIUI เวอร์ชันสำหรับนักพัฒนา 9.7.23 ซึ่งก็ได้มีผู้ใช้แชร์ภาพบนโลกออนไลน์แสดงถึงฟีเจอร์ต่าง ๆ ที่จะอยู่บนแอป Mi Health

    Mi Heath มีความสามารถในการนับจำนวนก้าว วิเคราะห์การนอน นับรอบเดือน ติดตามการออกกำลังกาย และ BMI

    ซึ่งแอป Mi Health คาดว่าน่าจะถูกปล่อยเร็ว ๆ นี้ และยังไม่มีรายละเอียดออกมาว่าแอปนี้จะมาแทนที่แอป Mi Fit หรือไม่ หรือจะเป็นแอปแยกออกมาอีกแอปหนึ่ง

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา GizmoChina

  • ข่าวทั่วไป
  • ควันปกคลุมไปทุกอณู ภูเขาไฟอินโดฯ ปะทุ

    ควันปกคลุมไปทุกอณู

    ควันปกคลุมไปทุกอณู ภูเขาไฟอินโดฯ ปะทุ

    ควันปกคลุมไปทุกอณู สำนักข่าวซินหัวได้เปิดเผยภาพสภาพบ้านเรือน ต้นไม้ และบริเวณโดยรอบของเมืองบันดุง จังหวัดชวาตะวันตก ประเทศ อินโดนีเซีย ที่ถูกเถ้าถ่านจากภูเขาไฟตังคูบัน ปาราฮู (Tangkuban Perahu) ปกคลุมหนาแน่นจนมืดมิดแทบไม่เห็นเค้าเดิม

    หลังจากที่เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 26 กรกฎาคมที่ผ่านมา ภูเขาไฟตังคูบัน ปาราฮู เกิดปะทุขึ้นอย่างกะทันหัน บาคาร่า พ่นเถ้าถ่านพุ่งสูงขึ้นในอากาศ 200 เมตร ทางการอินโดนีเซียต้องออกประกาศเตือนภัยการบินในจังหวัดชวาตะวันตก เนื่องจากเถ้าภูเขาไฟที่ปะทุออกมาส่งผลกระทบเป็นบริเวณกว้าง 1-2 กิโลเมตรรอบปล่องภูเขาไฟ

    นอกจากนี้ ผู้ว่าการเขตปกครองบันดุงตะวันตก (West Bandung regency) ยังสั่งปิดการเยี่ยมชมภูเขาไฟดังกล่าวเป็นการชั่วคราว ซึ่่งถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัด ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย

     

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา Xinhua

  • เครื่องมือสื่อสาร
  • หลุดมาแล้ว !!สมาร์ตโฟนเกมมิง Black Shark 2 Pro ดีไซน์คล้ายเดิม แต่ประสิทธิภาพสูงขึ้นชัดเจน

    หลุดมาแล้ว

    หลุดมาแล้ว !!สมาร์ตโฟนเกมมิง Black Shark 2 Pro ดีไซน์คล้ายเดิม แต่ประสิทธิภาพสูงขึ้นชัดเจน

    หลุดมาแล้ว !! แบรนด์ Black Shark ของ Xiaomi ได้เปิดเผยดีไซน์ของ สมาร์ตโฟน เกมมิงรุ่นล่าสุด Black Shark 2 Pro ออกมาก่อนหน้านี้ บาคาร่า และล่าสุดได้มีภาพด้านหลังตัวเครื่องจริงของสมาร์ตโฟนดังกล่าวหลุดออกมา

    ภาพดังกล่าวเป็นด้านหลังของ Black Shark 2 Pro ซึ่งมีความใกล้เคียงกับ Black Shark 2 โดยสิ่งแตกต่างออกไปคือแถบไฟ LED สีเขียว รอบๆ โลโก Black Shark ซึ่งสอดคล้องกับภาพทีเซอร์ที่ทางบริษัทได้ปล่อยออกมาก่อนหน้านี้

    หลุดมาแล้ว

    นอกจากนี้ Black Shark 2 Pro ยังได้ผ่านการทดสอบ Benchmark ด้วย AnTuTu ซึ่งยืนยันว่าใช้ขุมพลังชิปเซตเรือธง Qualcomm Snapdragon 855+ ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงกว่า Snapdragon 855 ถึง 15%

    การทดสอบดังกล่าวยังได้ยืนยันว่า Black Shark 2 Pro มีแรมมากถึง 12 GB พร้อมความจุ 256 GB และหน้าจอความละเอียด Full HD+

    หลุดมาแล้ว

    Black Shark 2 Pro สามารถทำคะแนนทดสอบไปได้ถึง 405,598 คะแนน ซึ่งสูงกว่า Black Shark 2 ที่ใช้ชิปเซ็ต Snapdragon 855 ที่ทำคะแนนทดสอบไป 367,354 คะแนน

    Black Shark 2 Pro จะเปิดในวันที่ 30 กรกฎาคม 2019 นี้

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา beartai.com

  • เครื่องมือสื่อสาร
  • ไม่ให้ความหวัง Huawei ประกาศชัด Hongmeng OS ไม่ได้สร้างมาเพื่อสมาร์ตโฟน!

    ไม่ให้ความหวัง

    ไม่ให้ความหวัง Huawei ประกาศชัด Hongmeng OS ไม่ได้สร้างมาเพื่อสมาร์ตโฟน!

    ไม่ให้ความหวัง ก่อนหน้านี้มีรายงานมาอย่างยาวนานว่า Huawei ได้พัฒนา ระบบปฏิบัติการ ของตัวเอง ชื่อว่า Hongmeng OS และได้จดชื่อนี้ในหลาย ๆ ประเทศ บาคาร่า รวมถึงประเทศไทยแล้วด้วย แต่ยังไม่ทันเปิดตัว Huawei ก็ได้ออกมาประกาศสวนกระแสว่า Hongmeng OS นั้นไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อสมาร์ตโฟน

    ในวันที่ 18 กรกฎาคม Cheng Lifang ผู้อำนวยการและประธานฝ่ายกิจการสาธารณะและการสื่อสารของ Huawei เผยกับสื่อว่า Hongmeng OS ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อสมาร์ตโฟน แต่ถูกสร้างมาเพื่อโซลูชั่นด้านอุตสาหกรรม

    สำหรับสมาร์ตโฟน Huawei จะยังคงเลือกใช้ Android เป็น OS หลักต่อไป ซึ่งคำแถลงการณ์ดังกล่าวเหมือนกับที่ประธานของ Huawei, Liang Hua กล่าวไปก่อนหน้านี้ว่า Hongmeng OS ไม่ได้ถูกออกแบบมาใช้กับสมาร์ตโฟน แต่เพื่อสินค้ากลุ่ม IoT เท่านั้น

    ตอนนี้คำตอบก็ค่อนข้างชัดเจนแล้วว่า Hongmeng OS ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อสมาร์ตโฟน ไม่กี่วันก่อนหน้านี้มีรายงานว่า Smart Screen ของ Honor ก็จะถูกรันด้วยระบบปฏิบัติการ Hongmeng OS เช่นกัน จึงเป็นไปได้สูงแล้วว่า Hongmeng OS จะถูกใช้ในอุปกรณ์กลุ่ม IoT เท่านั้น

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา beartai.com

  • Uncategorized
  • มือถือสมาร์ตโฟนกล้อง 64 ล้านพิกเซล Redmi เตรียมเปิดตัวเร็ว ๆ นี้ พร้อมโชว์ภาพตัวอย่างละเอียดสุดยอด

    มือถือสมาร์ตโฟนกล้อง

    มือถือสมาร์ตโฟนกล้อง 64 ล้านพิกเซล Redmi

    มือถือสมาร์ตโฟนกล้อง 64 ล้านพิกเซล วันนี้ Redmi ได้มีประกาศสำคัญเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่จะ เปิดตัวใหม่ ในอนาคต ซึ่งได้เปิดเผยภาพตัวอย่างที่ถ่ายด้วยกล้องสมาร์ตโฟนที่มีความละเอียดสูงถึง 64 ล้านพิกเซล นี่อาจเป็นสัญญาณบอกว่า บาคาร่า เราอาจจะได้เห็นสมาร์ตโฟนกล้องความละเอียด 64 ล้านพิกเซลจาก Redmi เร็ว ๆ นี้

    มือถือสมาร์ตโฟนกล้อง

    ประกาศสำคัญจากทาง Redmi ถูกประกาศผ่าน Weibo โซเชียลมีเน็ตเวิร์กของจีน โดยได้โพสต์ภาพตัวอย่างที่ถูกถ่ายจากสมาร์ตโฟนของ Redmi จากกล้อง 64 ล้านพิกเซล พร้อมซูมให้ดูความละเอียดว่าละเอียดแค่ไหน

    พร้อมกับผู้จัดการทั่วไปของ Redmi ก็ได้โพสต์ภาพหน้าจอจากแอปกล้องในสมาร์ตโฟนในโหมด 64M ที่จะใช้กล้อง 64 ล้านพิกเซลอีกด้วย

    มือถือสมาร์ตโฟนกล้อง

    โดยได้มีการคาดเดาจากผู้ใช้หลาย ๆ คนว่า กล้องความละเอียดสูง 64 ล้านพิกเซลนี้ อาจจะมาในสมาร์ตโฟน Redmi Note 8 หรือ Redmi K30 Pro ก็เป็นไปได้ แต่ก็ยังไม่มีข้อมูลว่าจะเปิดตัวเมื่อไร

     

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา GizChina…

  • เครื่องมือสื่อสาร
  • เพนทาก้อน (Pentagon) เปิดตัวเลเซอร์สแกนผู้ก่อการร้ายระยะไกลแล้ว!

    เพนทาก้อน

    เพนทาก้อน (Pentagon) เปิดตัวเลเซอร์สแกนผู้ก่อการร้ายระยะไกลแล้ว!

    เพนทาก้อน (Pentagon) เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว Pentagon (กระทรวงกลาโหมอเมริกา) ได้เปิดตัวอุปกรณ์เลเซอร์ระยะไกลที่สามารถสแกนลักษณะการ เต้นของหัวใจ ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะบุคคล เพื่อวางมาตราการในการป้องกันผู้ก่อการร้ายที่อาจจะเกิดขึ้น

    เราอาจคุ้นเคยกับอุปกรณ์เลเซอร์ตามนิยายวิทยาศาสตร์ หรือ การ์ตูนมาเป็นจำนวนมาก บาคาร่า แต่ใครจะคิดว่า Pentagon จะประยุกต์ใช้มันเพื่อเอามาสแกนลักษณะการเต้นของหัวใจเพื่อระบุตัวบุคคล เลเซอร์นี้ถูกเรียกว่า Jetson ด้วยเทคโนโลยีที่เรียกว่า vibrometry ทำให้ Jetson สามารถตรวจจับการสั่นสะเทือนที่ละเอียดอ่อนของร่างกาย ที่เกิดจากการเคลื่อนไหวของเลือดทั่วทั้งระบบไหลเวียนโลหิตได้ ใจความสำคัญของมันคือหัวใจของเราทุกคนนั้นมีเอกลักษณ์เป็นของตัวมันเอง มันไม่ซ้ำกัน นั่นจึงใช้สามารถระบุตัวตนของคนๆนั้นได้ Jetson ใช้งานได้ดีในระยะ 200 เมตร โดยหลักการมันจะทำงานคล้าย sniper มนุษย์จะเป็นคนเล็งเป้าหมายที่ต้องการสแกน เมื่อเป้าหมายถูกล็อคเครื่องจะทำการสแกนซ้ำภายในเวลา 30 วินาที เพื่อทำการเก็บข้อมูล และประมาลผลว่าคนคนนั้นคือใครในภายหลัง

    แต่สิ่งที่น่าสนใจคือศักยภาพของเทคโนโลยีนี้ที่ทำได้มากกว่าการช่วยทหารสอดแนม

    อย่างแรกคือเรื่องของความเป็นส่วนตัว เทคโนโลยีนี้ไม่มีชิป ไม่มีรหัส ไม่มีกุญแจ มันเป็นลักษณะทางกายภาพของคุณที่ไม่มีใครสามารถมาขโมยไปได้ และคุณก็ไม่สามารถปิดบังมันได้ด้วยเช่นกัน ซึ่งแตกต่างจากระบบการจดจำใบหน้าที่ยังคงมีข้อผิดพลาดมากทีเดียว

    อย่างที่สองคือเรื่องของการพยาบาล อย่างที่เราทราบการสแกนการเต้นของหัวใจแต่ละครั้งเราต้องติดตั้งเครื่องสแกนขนาดใหญ่วุ่นวายมากมาย หรือสะดวกกว่านั้นก็ Apple Watch แต่หากเราใช้อุปกรณ์นี้ติดตั้งในห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาล มันก็จะสามารถสแกนการเต้นหัวใจของผู้ป่วยได้ทั้นทีโดยไม่ต้องเสียเวลามากมายเลย

    อย่างที่สามการระบุตัวบุคคลดำเนินคดีทางกฏหมาย และ ด้านจริยธรรม แน่นอนว่าเราไม่ได้อยู๋ในสังคมที่สมบูรณ์แบบอาชญากรรมย่อมเกิดขึ้นได้เป็นธรรมดาและตำรวจก็พยายามใช้ทุกเทคโนโลยีที่มีเพื่อทำการระบุจับตัวคนร้าย ถึงแม้บางอย่างจะมีการละเมิดจริยธรรมก็ตาม ดังนั้นเทคโนโลยีนี้จะสามารถช่วยแก้ปัญหาได้เพราะเราสามารถใช้ Jetson ในการระบุตัวตนหากเราสงสัยว่าเขามีความผิดได้ ซึ่งแตกต่างจากเทคโนโลยีการจดจำใบหน้า และ การสแกนลายนิ้วมือที่สามารถปลอมแปลงได้

    แน่นอนว่า Jetson เป็นเพียงแค่ระบบต้นแบบเท่านั้น เพราะมันยังต้องมีข้อจำกัดอีกมาก ไหนจะต้องใช้เวลาถึง 30 วินาทีในการสแกน รวมถึงคนคนนั้นต้องอยู่นิ่งด้วย แต่หาก Jetson ถูกพัฒนาได้สมบูรณ์แล้วละก็มันจะกลายเป็นเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพมากทีเดียว

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา ขอขอบคุณแหล่งที่มา

  • เครื่องมือสื่อสาร
  • จากการทดสอบ MacBook Air 2019 ช้าเพราะว่ามี SSD ที่ช้ากว่ารุ่นเก่า

    จากการทดสอบ

    จากการทดสอบ MacBook Air 2019 ช้าเพราะว่ามี SSD ที่ช้ากว่ารุ่นเก่า

    จากการทดสอบ  Apple เปิดตัว MacBook Air รุ่นแบบใหม่ปี 2019 เมื่อสัปดาห์ก่อนหน้านี้พร้อมหน้าจอ True Tone และก็ อัปเกรดชิป Intel เป็นรุ่นที่ 8 พร้อมราคาที่ถูกลง แต่ว่าด้วยราคาที่ถูกลงนี้ก็ทำให้ SSD นั้นช้าลงไปด้วยซะงั้น

    ผลของการทดสอบ MacBook Air 2019 ปริมาตร 256GB พบว่า บาคาร่า มี SSD ความเร็วการเขียนอยู่ที่ 1GB/s แล้วก็ความเร็วการอ่านอยู่ที่ 1.3GB/s ช้ากว่า MacBook Air 2018 ถึง 35% โดยรุ่นก่อนนั้นมีความเร็วการเขียนอยู่ที่ 920MB/s รวมทั้งความเร็วการอ่านอยู่ที่ราว 2GB/s

    สำหรับรุ่นความจุ 128GB หรือรุ่นเริ่มนั้นมีประสิทธิภาพ SSD ที่ไม่ต่างจากตัว 2018 อย่างมีนัยยะสำคัญ ส่วนรุ่นปริมาตรสูงอย่าง 512GB ยังมิได้ผ่านการตรวจสอบ ก็เลยไม่อาจรู้ได้ว่า SSD มีค่าความเร็วการอ่านรวมทั้งการเขียนที่แรงกว่านี้หรือเปล่า

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา www.beartai.com

  • เครื่องมือสื่อสาร
  • กำลังมาแรง !!! FaceApp หรือ แอปหน้าแก่ มีอะไรที่ควรระวัง

    กำลังมาแรง

    กำลังมาแรง !!! FaceApp หรือ แอปหน้าแก่ มีอะไรที่ควรระวัง

    กำลังมาแรง !!! FaceApp หรือ “แอปหน้าแก่” กำลังเป็นที่นิยมเป็นอย่างมาก

    แต่ว่าเมื่อลองไปดูเงื่อนไขว่าแอปนี้ทำอะไรกับรูปเราบ้าง อาจต้องตระหนักกันซะแล้ว หรือว่าอาจเป็น เครื่องมือ ทางการเมืองหรือเปล่านะ?

    โดยทางสำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า Chuck Schumer ซึ่งเป็นผู้นำเสียงข้างน้อยวุฒิสภาสหรัฐฯ บาคาร่า ได้เรียกร้องให้ FBI และ FCT (Federal Trade Commission) ตรวจสอบเรื่องความมั่นคงปลอดภัยของชาติรวมถึงเรื่องความเป็นส่วนตัวของ FaceApp ซึ่งเป็นแอปที่กำลังเป็นที่นิยมทั่วโลกอยู่ในขณะนี้ โดยได้ส่งจดหมายไปเมื่อวันพุธที่ผ่านมา

    กำลังมาแรง

    ทำไมสหรัฐฯ ถึงกังวล?
    สาเหตุที่สหรัฐฯ เริ่มกังวลเป็นเพราะว่า FaceApp เป็นแอปที่ถูกพัฒนาขึ้นในรัสเซีย และภายใต้เงื่อนไขของ FaceApp ก็ยังระบุอีกด้วยว่า FaceApp อาจจะนำรูปไปใช้ประโยชน์อะไรก็ได้ ก็เลยทำให้เกิดความกังวลว่า FaceApp จะเอาข้อมูลของเราไปให้ AI เรียนรู้และวิเคราะห์ หรือที่แย่ไปกว่านั้น ก็คืออาจจะเอาข้อมูลของเราไปใช้หาเสียงเลือกตั้ง แบบที่ Facebook เคยโดนกล่าวหามาแล้วครั้งหนึ่งกับกรณี Cambridge Analytica

    อย่างที่ทราบกันว่าแอปนี้มาจากรัสเซียและทุกแอปไม่ว่าจะเป็นของประเทศไหนที่ต้องประมวลผลบนเซิร์ฟเวอร์ มันก็ต้องนำข้อมูลผู้ใช้ไปเก็บในเซิร์ฟเวอร์ของตัวเองอยู่แล้ว ก็เลยมีความกังวลเกิดขึ้น เพราะถ้าเผลอมีนักการเมืองสหรัฐฯ เล่นแอปนี้ มันอาจจะกลายเป็นฝันร้าย ข้อมูลส่วนตัวของนักการเมืองอาจจะถูกล้วงไปได้ ทางคณะกรรมาธิการแห่งชาติพรรคเดโมแครตก็เลยส่งหนังสือแจ้งเตือนผู้สมัครเลือกตั้งที่จะทำการหาเสียงสำหรับปีการเลือกตั้ง 2020 ในสหรัฐฯ ว่าให้ระวังและลบแอปออกซะ (อันนี้ก็สืบเนื่องมาจากที่มีการกล่าวหาว่ารัสเซียมีเอี่ยวกับการที่ทรัมป์ชนะการเลือกตั้ง)

    แต่อย่างไรตาม ตอนนี้ก็ยังไม่มีหลักฐานใด ๆ บ่งชี้ว่า FaceApp เอาข้อมูลไปให้กับทางรัฐบาลรัสเซีย และทางผู้พัฒนา FaceApp ก็ได้แถลงผ่าน The Guardian ว่าแอปของเราอัพโหลดเฉพาะรูปที่คุณเลือกเท่านั้น ไม่ได้ดูดรูปทั้งเครื่อง และรูปที่อัปโหลดไปก็จุดประสงค์เพื่อในไปประมวลผล และจะลบออกภายใน 48 ชั่วโมง และถึงแม้ว่าแอปนี้จะเป็นของรัสเซีย แต่ก็ใช้ระบบ Cloud ของ Amazon และ Google ซึ่งเป็นของสหรัฐฯ และทางผู้พัฒนาไม่มีความคิดที่จะนำข้อมูลไปขายแต่อย่างใด แต่ก็ยังมีคนตั้งข้อสังเกตว่า เราจะรู้ได้ไงว่าภายใน 48 ชั่วโมง ทีมงาน FaceApp จะทำอะไรกับรูปไหม?

    กำลังมาแรง

    เรื่องน่ารู้ที่จะช่วยให้คุณเข้าใจเรื่องนี้มากขึ้น

    • ความจริงแล้วแอปทุกแอปที่ให้บริการผ่านระบบอินเทอร์เน็ตต้องเข้าถึงข้อมูลแล้วนำข้อมูลไปไว้บน Server อยู่แล้ว แต่ว่าถ้าเป็น App ที่มีความปลอดภัยจะต้องเข้ารหัสข้อมูลที่แม้กระทั่งเจ้าหน้าที่ก็เปิดดูไม่ได้ และเข้าถึงข้อมูลที่ผู้ใช้อนุญาตเท่านั้น
    • การที่ผู้ให้บริการแอปได้ข้อมูลเราไป หลายครั้งมีการนำไปใช้ประโยชน์จริง แต่เพียงเป็นการแค่ให้ระบบ AI เรียนรู้เท่านั้น เจ้าหน้าที่ไม่สามารถเปิดดูได้ เช่นกรณีของ Google Photos ที่ให้อัปรูปฟรีในความละเอียดไม่เกิน 16 ล้านพิกเซลได้ไม่จำกัดเนื้อที่ เหตุเพราะว่า Google ต้องการให้ระบบ Machine Learning ของต้นได้เรียนรู้จากภาพจำนวนมากเพื่อให้ระบบฉลาดขึ้น แยกแยะสิ่งต่างๆ ได้ดีขึ้น โดยรูปภาพในระบบนั้นเจ้าหน้าที่ไม่สามารถเปิดดูได้ มีแค่ AI ในระบบที่เห็นกันเองเท่านั้น [คลิกอ่านแถลงจาก Google]
    • แต่จากกรณีดังกล่าวก็ทำให้บางหน่วยงานไม่ไว้ใจที่จะใช้บริการ อย่างล่าสุดก็คือ “โรงเรียนในเยอรมันเลิกใช้ Office 365 ด้วยเหตุเพราะกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัวและกังวลว่าอาจเป็นสายลับให้สหรัฐอเมริกา (คำพูดคล้ายๆ กรณีนี้เลยแหะ)”
    • แต่อย่างไรก็ตามก็มี App บางส่วนที่แอบเข้าถึงข้อมูลนอกเหนือจากที่ได้ระบุไว้เช่นกัน อันนี้ต้องอ่านเงื่อนไข ดูรีวิวให้ดี และตัดสินใจว่ายังจะใช้อยู่หรือไม่

    ซึ่งความเห็นจากคุณนู๋เนย โปรแกรมเมอร์ไทยในสหรัฐอเมริกาก็ออกมาบอกว่าประเด็น FaceApp เป็นเรื่องธรรมดามาก ๆ การขอใช้สิทธิ์ต่าง ๆ ก็ปกติ สุดท้ายก็คือความเชื่อใจที่ผู้ใช้จะมีให้นักพัฒนาว่าต้องการให้เข้าถึงข้อมูลของเรารึเปล่า และน่าจะเป็นประเด็นที่ว่าเป็นแอปรัสเซีย จึงทำให้เกิดกระแสปั่นขึ้นมาด้วย

    ปัจจุบัน FaceApp มีคนโหลดแล้วกว่า 80 ล้านผู้ใช้ และมี CEO ชื่อว่า Yaroslav Goncharov ซึ่งเคยเป็นอดีตผู้บริหารของ Yandex ที่หลาย ๆ คนรู้จักกันดีว่าเป็น “Russia’s Google”

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา The Guardian, Faceapp , Forbes , TechCrunch, AppleInsider, The Verge, 9to5mac, Enterprise IT Pro, Google Blog Reuters