• เครื่องมือสื่อสาร
  • ลองคำนวนดู !!! Huawei คาดว่าจะสูญเสียรายได้จากมาตรการของสหรัฐน้อยกว่า หมื่นล้านเหรียญ

    ลองคำนวนดู

    ลองคำนวนดู !!! Huawei คาดว่าจะสูญเสียรายได้จากมาตรการของสหรัฐน้อยกว่า หมื่นล้านเหรียญ

    ลองคำนวนดู !!! นอกจาก Huawei จะเปิดตัวชิป Ascend 910 และ MindSpore สำหรับการ ประมวลผล ด้าน AI เมื่อวันที่ 23 สิงหาคมที่ผ่านมาแล้ว บาคาร่า บริษัทยังรายงานเพิ่มเติมว่าอาจเสียรายได้จากมาตรการของสหรัฐอเมริกาเกือบถึง หมื่นล้านเหรียญเลยทีเดียว

    ลองคำนวนดู

    ย้อนกลับไปเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา CEO ของ Huawei, Ren Zhengfei คาดการณ์ว่าบริษัทอาจเสียรายได้ถึง สามหมื่นล้านเหรียญสหรัฐ จากการที่รัฐบาลสหรัฐอเมริกาเพิ่ม Huawei ลงในรายชื่อบริษัทที่เป็นภัยต่อความมั่นคง (Entity List)

    อย่างไรก็ตาม Eric Xu ผู้อำนวยการระดับสูงของ Huawei เผยว่า “Huawei consumer business group ทำได้ดีกว่าเดิมมากในปีนี้ จากที่คาดการณ์ไว้ในตอนแรกว่าจะแย่กว่านี้ แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็อาจทำให้บริษัทสูญเสียรายได้กว่า หมื่นล้านเหรียญ” โดย Huawei สร้างรายได้ไปทั้งสิ้น 349,000 ล้านหยวนในปี 2018

    ถึงแม้ว่าตัวเลขการสูญเสียรายได้อาจจะไม่ได้ร้ายแรงเหมือนที่ Ren Zhengfei คาดการณ์เอาไว้ตอนแรก แต่ Ren ยังคงแนะนำพนักงานให้เตรียมพร้อมอยู่เสมอเพราะสถานการณ์อาจร้ายแรงกว่าเดิม

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา www.beartai.com

  • เครื่องมือสื่อสาร
  • เครื่องมือตัวใหม่ Instagram ลงมือสกัดข่าวปลอม False information เริ่มนำร่องที่สหรัฐ

    เครื่องมือตัวใหม่

    เครื่องมือตัวใหม่ Instagram ลงมือสกัดข่าวปลอม False information เริ่มนำร่องที่สหรัฐ

    เครื่องมือตัวใหม่ Instagram เปิดตัวเครื่องมือใหม่ คือ False information ซึ่งมีไว้สำหรับให้ผู้ใช้รายงานเนื้อหาในโพสต์ที่คิดว่าไม่ถูกต้องหรือเป็น ข้อมูลเท็จ และรายงานเหล่านี้จะช่วยฝึก AI สืบค้นเนื้อหาที่หลบหรือตกหล่นอยู่ในอนาคตได้

    เครื่องมือใหม่นี้จะอยู่ในฟังก์ชันการรายงานด้านข้างของโพสต์ บาคาร่า ซึ่งได้เปิดให้เริ่มต้นใช้งานแล้วเฉพาะในสหรัฐอเมริกาก่อนใคร และจะขยายสู่ผู้ใช้ทั่วโลกให้ได้ใช้กันในราวอีกสองสัปดาห์

    เหตุผลของการสกัดข่าวปลอม เพราะปัจจุบันได้เกิดปัญหามากมายที่มาจากข่าวปลอม ซึ่งสื่อสังคมออนไลน์จัดว่าเป็นช่องทางสำคัญที่ช่วยให้การเผยแพร่ข่าวปลอมถูกส่งต่อไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

    ก่อนหน้านี้ Facebook เจ้าของ Instagram ได้มีนโยบายสกัดข่าวปลอม โดยมีแผนเปิดใช้แท็บ News เผยแพร่ข่าวจริงที่มีเนื้อหาครบถ้วน จากสำนักข่าวดังที่เชื่อถือได้ แต่กำลังอยู่ในช่วงเจรจาขอซื้อลิขสิทธิ์

    ดังนั้นการใช้เครื่องมือใหม่รายงานข่าวเท็จใน Instagram จัดว่าเป็นมาตรการเร่งด่วนที่ Facebook พยายามใช้ดาบที่อยู่ในมือก่อนที่จะรอปืนใหญ่ คือ เนื้อหาข่าวจากสำนักข่าวภายนอก ซึ่งต้องรอเวลากันอีกสักระยะ กว่าที่ทั่วโลกจะมีแท็บ News ให้ได้อ่านข่าวจริงกัน

    ไม่ว่ามาตรการสกัดข่าวปลอมที่เกิดขึ้นนี้ จะไม่ใช่ฟีเจอร์ที่หวือหวาและสร้างสีสันอันแปลกใหม่บนโลกออนไลน์ แต่นี่ก็คือการโบกธงที่ส่งสัญญาณขอให้ชาว Instagram ทุกคนเข้ามามีส่วนร่วมในการสกัดข่าวปลอมให้หมดไปเสียที แล้วคุณคิดว่าดีหรือไม่

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา ข่าววงการไอที

  • เครื่องมือสื่อสาร
  • อินสตาแกรม เอาจริง ทุ่มจ่ายนักวิจัยที่ตรวจพบแอปพันธมิตรแอบใช้ข้อมูลยูสเซอร์ในทางที่ผิด

    อินสตาแกรม

    อินสตาแกรม เอาจริง ทุ่มจ่ายนักวิจัยที่ตรวจพบแอปพันธมิตรแอบใช้ข้อมูลยูสเซอร์ในทางที่ผิด

    อินสตาแกรม Instagram เอาจริงกับการดูแลข้อมูลส่วนตัวของยูสเซอร์ ล่าสุดประกาศให้รางวัลแก่นักวิจัยด้านความปลอดภัยที่สามารถตรวจพบหลักฐานว่า แอปพันธมิตร (third-party apps) รายใดแอบนำข้อมูลส่วนตัวยูสเซอร์ไปใช้ในทางที่ผิด บาคาร่า หรือนำข้อมูลและรหัสผ่านของยูสเซอร์ออกไปเผยแพร่

    โครงการนี้ เรียกว่า Data Abuse Bounty เพื่อต้องการระดมผู้เชี่ยวชาญจากภายนอกองค์กรของ Facebook และ Instagram เข้ามาเป็นกำลังเสริมให้สามารถทำงานได้เร็วขึ้น ซึ่งโครงการนี้นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในการแก้บั๊กโปรแกรมโดยแลกกับเงินรางวัล และการจ่ายเงินรางวัลให้แก่นักวิจัยด้านความปลอดภัยเมื่อตรวจพบช่องโหว่ที่แฮกเกอร์สามารถเจาะเข้ามาขโมยข้อมูลได้ ล่าสุดยังใช้กับการตรวจสอบข้อบกพร่องในฟีเจอร์ Checkout สำหรับคลิกชำระเงินเมื่อซื้อสินค้าใน Instagram ที่เปิดใช้สำหรับยูสเซอร์ในสหรัฐ

    Instagram ยังกล่าวอีกว่า การขยายและจัดทำโครงการนี้เป็นการพัฒนาด้านความปลอดภัยอย่างต่อเนื่องและขอขอบคุณเหล่าแนวร่วมที่ช่วยกันรักษาแพลตฟอร์มให้ปลอดภัย

    แม้ว่า Instagram ไม่ได้ระบุเงินรางวัลที่ชัดเจน แต่ก็แสดงให้เห็นว่า Facebook กำลังเอาจริงกับการดูแลข้อมูลส่วนตัวของยูสเซอร์ในแพลตฟอร์มภายใต้ที่ให้บริการ เนื่องจากเหตุการณ์ Cambridge Analytica ที่ทำให้ถูกฟ้องร้องและต้องจ่ายค่าปรับมหาศาล

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา Sila Wongchareon

  • เครื่องมือสื่อสาร
  • เตรียมเปิดตัว Oppo Reno 2 -28 ส.ค. นี้ : มาพร้อมกล้องหลัง 4 ตัว และซูม 20X

    เตรียมเปิดตัว

    เตรียมเปิดตัว Oppo Reno 2 -28 ส.ค. นี้ : มาพร้อมกล้องหลัง 4 ตัว และซูม 20X

    เตรียมเปิดตัว เมื่อช่วงต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา มีได้เริ่มมีรายงานว่า Oppo เตรียมแผนจะเปิดตัว สมาร์ตโฟน เรือธงซีรีส์ Reno รุ่นใหม่ ในเดือนสิงหาคมนี้ บาคาร่า โดยอาจเปิดตัวที่ประเทศอินเดียก่อน

    ล่าสุดทาง Oppo ได้โพสต์ผ่านทวิตเตอร์ Oppo India ยืนยันว่าจะเปิดตัวสมาร์ตโฟนซีรีส์ Reno 2 ในวันที่ 28 สิงหาคม 2019 นี้

    เตรียมเปิดตัว

    จากภาพทีเซอร์ข้างต้นได้แสดงให้เห็นว่า Reno 2 จะได้รับการติดตั้งกล้องหลัง 4 ตัว ในแนวตั้ง พร้อมประสิทธิภาพการซูม 20X อีกทั้งยังคงมาพร้อมกล้องหน้าแบบครีบปลา (Shark Fin Style) ซึ่งจะทำให้หน้าจอมีดีไซน์ไร้ขอบโดยสมบูรณ์เช่นเดิม

    Oppo จะจัดงานอีเวนท์เปิดตัวสมาร์ตโฟนซีรีส์ Reno 2 ในวันที่ 29 สิงหาคม 2019 นี้ ณ กรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย ซึ่งทางเราจะอัปเดตข้อมูลอื่น ๆ ให้ท่านทราบต่อไป

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา www.beartai.com

  • เครื่องมือสื่อสาร
  • ห้ามทุกกรณี !! FAA สั่งห้ามนำ MacBook Pro 15″ ที่มีปัญหาแบตเตอรีขึ้นเครื่องบิน

    ห้ามทุกกรณี

    ห้ามทุกกรณี !! FAA สั่งห้ามนำ MacBook Pro 15″ ที่มีปัญหาแบตเตอรีขึ้นเครื่องบิน

    ห้ามทุกกรณี !! อย่างที่มีประกาศก่อนหน้านี้ว่า MacBook Pro 15″ ที่มี ปัญหาแบตเตอรี สามารถนำมาเปลี่ยนได้โดยด่วนเนื่องจากอาจทำให้เกิดความเสียหายต่อตัวแบตเตอรีและอาจทำให้เกิดการระเบิดได้ด้วย

    ล่าสุด FAA หรือ สำนักงานบริหารการบินแห่งชาติของสหรัฐอเมริกาได้ออกคำสั่งห้ามนำ MacBook Pro รุ่นที่มีปัญหาแบตเตอรีที่ขายตั้งแต่ช่วงกลางปี 2015 จนถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์ 2017 ขึ้นเครื่องบินทุกกรณี ไม่ว่าจะโหลดใต้ท้องเครื่องหรือนำขึ้นเครื่องตามปกติก็ตาม และได้แจ้งเตือนไปยังสายการบินทุกสายแล้ว บาคาร่า เว้นแต่ว่าจะได้รับการเปลี่ยนแบตเตอรีจาก Apple แล้วเท่านั้น

    อย่างที่ FAA ชี้แจงว่าไม่ได้เป็นการแบน MacBook Pro ทุกรุ่น แต่เฉพาะรุ่นที่ Apple เรียกคืนเครื่องเพื่อเปลี่ยนแบตเตอรีเท่านั้น

    ว่าแต่ คนที่ใช้โน้ตบุ๊กรุ่นนี้ ก็ต้องลำบากตรวจก่อนขึ้นบินตลอดเลยสิว่าเป็นเครื่องรุ่นที่เปลี่ยนแบตแล้วรียัง

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา www.beartai.com

  • เครื่องมือสื่อสาร
  • จุดจบpassword !! ไมโครซอฟท์ เล็งอัพเดทวินโดวส์10 เลิกใช้รหัสผ่าน …ตลอดกาล

    จุดจบpassword

    จุดจบpassword !! ไมโครซอฟท์ เล็งอัพเดทวินโดวส์10 เลิกใช้รหัสผ่าน …ตลอดกาล

    จุดจบpassword !! วันที่ 15 ก.ค. เอ็กซ์เพรสส์รายงานว่า ไมโครซอฟท์ ผู้พัฒนา ระบบปฏิบัติการ วินโดวส์ 10 จากประเทศสหรัฐอเมริกา อยู่ระหว่างทดสอบโอเอสพรีวิวตัวใหม่ บาคาร่า ซึ่งมีหนึ่งในฟีเจอร์เป็นระบบ พาสเวิร์ด-ฟรี ส่งผลให้การรักษาความปลอดภัยไม่ต้องอาศัยรหัสผ่านอีกต่อไป โดยคาดว่าจะอัพเดทภายในปี 2563

    เมื่ออัพเดทดังกล่าวถูกเผยแพร่แล้ว ผู้ใช้วินโดวส์ 10 จะมีตัวเลือก “Make your device passwordless” ซึ่งเมื่อเปิดใช้งานแล้วจะส่งผลให้โอเอสเปลี่ยนไปใช้การรักษาความปลอดภัยด้วยกรรมวิธีอื่นแทน อาทิ การสแกนใบหน้า (วินโดวส์ ฮัลโหล เฟซ) ลายนิ้วมือ และรหัสพิน ซึ่งไมโครซอฟท์มองว่าปลอดภัยกว่า

    ไมโครซอฟท์ ระบุว่า โอเอสพรีวิวดังกล่าวอยู่ระหว่างการทดสอบในกลุ่มบุคคลที่จำกัดเท่านั้น และคาดว่าจะปล่อยอัพเดทออกมาให้ผู้ใช้ทั่วไปได้ภายในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า เพื่อเปิดประสบการณ์การเข้าใช้งานโอเอสที่สะดวกรวดเร็วและปลอดภัยกว่า

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา khaosod.co.th/smartphone

  • เครื่องมือสื่อสาร
  • ใช้ลายนิ้วมือ Google service แทนรหัสผ่านแล้ว ผู้ใช้แอนดรอยด์ไม่ต้องเซ็ต

    ใช้ลายนิ้วมือ

    ใช้ลายนิ้วมือ Google service แทนรหัสผ่านแล้ว ผู้ใช้แอนดรอยด์ไม่ต้องเซ็ต

    ใช้ลายนิ้วมือ แอนดรอยด์อูธอรีตีรายงานว่า กูเกิ้ล ผู้พัฒนาระบบปฏิบัติการ แอนดรอยด์ เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ ให้ผู้ใช้แอนดรอยด์ที่มีข้อมูลลายนิ้วมือของตัวเองในเครื่องแล้ว สามารถใช้ลายนิ้วมือดังกล่าวยืนยันตัวตนได้ทันทีหากต้องใช้เซอร์วิสต่างๆ ผ่านกูเกิ้ล

    ใช้ลายนิ้วมือ

    รายงานระบุว่า ฟีเจอร์ดังกล่าวจะได้รับการอัพเดทสำหรับผู้ใช้สมาร์ตโฟนในตระกูลพิกเซลของกูเกิ้ลก่อนเป็นลำดับแรก บาคาร่า จากนั้นไม่กี่วันต่อมาจะอัพเดทสำหรับผู้ใช้ทั่วไปที่มีโอเอสแอนดรอยด์ 7.0 ขึ้นไป

    สำหรับการใช้งานนั้นผู้ใช้แอนดรอยด์ไม่จำเป็นต้องตั้งค่าใดๆ ขอเพียงเป็นผู้ที่ใช้ลายนิ้วมือปลดล็อกสมาร์ตโฟนของตัวเองอยู่แล้วก็สามารถใช้ฟังก์ชั่นดังกล่าวของกูเกิ้ลเซอร์วิสได้ทั้งหมดผ่านการยืนยันตัวตนด้วยลายนิ้วมือเดียวกัน หมดปัญหาการลืมรหัสผ่าน

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา www.khaosod.co.th

  • เครื่องมือสื่อสาร
  • ไม่พิเศษแล้ว !!! Google Maps AR เปิดให้ชาว Android และ iOS ใช้แล้ว

    ไม่พิเศษแล้ว

    ไม่พิเศษแล้ว !!! Google Maps AR เปิดให้ชาว Android และ iOS ใช้แล้ว

    ไม่พิเศษแล้ว !! ก่อนหน้านี้ฟีเจอร์ที่หลาย ๆ คนเฝ้าดูและรอคอยบน Google Maps นั่นคือ Maps AR ซึ่งได้ เปิดทดสอบ ไปแล้วบน Pixel เท่านั้น บาคาร่า แต่ล่าสุดฟีเจอร์นี้จะไม่ได้พิเศษแค่ Google Pixel อีกต่อไป

    เมื่อ Google ประกาศเปิดให้ชาว Android และ iOS ใช้ฟีเจอร์นี้ได้แล้ว

    ไม่พิเศษแล้ว

    วันนี้ Google ปล่อยฟีเจอร์ Google Maps AR direction ที่จะมาในชื่อ “Live View” ให้กับทั้งสมาร์ตโฟน Android และ สมาร์ตโฟน iOS หรือ iPhone ที่รองรับ ARCore หรือ ARKit เพื่อใช้งานฟีเจอร์นี้ ซึ่งก่อนหน้า Google ได้ปล่อยทดลองกับแค่ผู้ใช้ Google Pixel เท่านั้น

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา www.beartai.com

  • เครื่องมือสื่อสาร
  • มีจุดโหว่ !!! WhatsApp ที่ผู้ประสงค์ร้ายสามารถปลอมแปลงข้อความที่คุณส่งออกไปได้

    มีจุดโหว่

    มีจุดโหว่

    มีจุดโหว่ !!! WhatsApp ที่ผู้ประสงค์ร้ายสามารถปลอมแปลงข้อความที่คุณส่งออกไปได้

    มีจุดโหว่ !!! นักวิจัยได้ออกมาเปิดเผยว่า มีเครื่องมือตัวที่หนึ่งที่สามารถใช้ ช่องโหว่ ใน WhatsApp ของ Facebook เพื่อช่วยแปลงข้อความที่ส่งโดยคนอื่นได้ เหมือนกับสำนวนโบราณที่กล่าวว่า “ฤาษีแปลงสาร” คือ การแอบแปลงข้อความที่ถูกส่งไปให้มีความหมายเป็นอย่างอื่น (ใครจำเรื่องฤาษีแปลงสารไม่ได้ให้อ่านตอนท้าย)

    การเปิดเผยครั้งนี้โดยนักวิจัย ชื่อ Oded Vanunu บาคาร่า และได้มีการสาธิตใช้เครื่องมือต้นเหตุ ณ การประชุมความปลอดภัยทางไซเบอร์ (Black Hat) ในลาสเวกัส ซึ่งบอกให้เรารู้ว่า เครื่องมือนี้สามารถเปลี่ยนแปลงข้อความของคนอื่นและแสดงความคิดเห็นข้อความของคนอื่นใน WhatsApp ได้ เพื่อหวังผลประโยชน์อะไรบางอย่าง หรือใส่ร้าย สร้างความเสียหาย รวมทั้งสร้างข่าวปลอม

    อีกปัญหา คือ หลอกผู้ใช้ให้เชื่อว่ากำลังส่งข้อความส่วนตัวถึงบุคคลหนึ่ง แต่มันกลับเป็นการตอบกลับไปยังกลุ่มสาธารณะที่รับรู้กันในวงกว้าง ซึ่งปัญหานี้ Facebook ได้ทำการแก้ไขเรียบร้อยแล้ว แต่ปัญหาอื่นๆ Facebook ยังแก้ไขไม่ได้

    เมื่อสอบถามไปยัง WhatsApp ก็บอกว่า เราได้ให้บริการ 30% ของประชากรโลก เป็นความรับผิดชอบต่อปัญหาเรื่องข่าวปลอม และพร้อมจะจัดการโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับผู้ใช้มากกว่า 1.5 พันล้านคน จะไม่ละเลยทิ้งปัญญาไปได้

    จากปัญหานี้ จะทำให้เกิดข่าวปลอมและการแพร่กระจายข้อมูลที่ผิดออกไปง่ายยิ่งขึ้น รวมทั้งสามารถทำให้เกิดการสร้างความเกลียดชัง และความรุนแรง จากการทำให้เข้าใจผิดจากข้อความปลอมเหล่านี้ได้

    <<< ขอกล่าวถึงที่มาของคำว่า ฤาษีแปลงสาร สำหรับคนที่เกิดไม่ทัน ในตอน พระรถเมรี จากนิยายโบราณเรื่อง นางสิบสองในตอนนั้น พระรถเสนถูกนางยักษ์สั่งให้เดินทางไปหานางเมรีผู้เป็นลูกสาร แล้วก็ฝากให้ถือสาร หรือ จดหมาย ไปให้นางเมรีด้วย ซึ่งข้อความภาษายักษ์บอกว่าให้จับกินพระรถเสนทันทีที่พบกัน ระหว่างที่เดินทางพบฤาษีผู้วิเศษได้แอบอ่านสารฉบับนั้น จึงคิดสงสารเลยแปลงสารว่า ถ้ามาถึงให้ต้อนรับและรักเป็นผัว เมื่อพระรถเสนไปถึงส่งสารให้นางเมรี นางเมรีก็ต้อนรับดูแลดุจผัว >>>

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา www.beartai.com

  • เครื่องมือสื่อสาร
  • ช่วงกำลังพัฒนา ข่าววงการไอทีธนาคารกลางสหรัฐวางแผนใช้ FedNow ระบบการชำระเงินแบบเรียลไทม์ในปี 2567

    ช่วงกำลังพัฒนา

    ช่วงกำลังพัฒนา ข่าววงการไอทีธนาคารกลางสหรัฐวางแผนใช้ FedNow ระบบการชำระเงินแบบเรียลไทม์ในปี 2567

    ช่วงกำลังพัฒนา ธนาคารกลางสหรัฐ (US Federal Reserve Board) ประกาศว่าขณะนี้กำลังพัฒนาระบบ การชำระเงิน แบบเรียลไทม์ ที่เรียกว่า FedNow ให้แล้วเสร็จใช้บริการได้ในปี 2567 ซึ่งจะต้องใช้งานได้ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ

    จริงๆ แล้ว ปัจจุบันระบบการชำระเงินแบบเรียลไทม์นั้นมีใช้งานกันอย่างแพร่หลายอยู่แล้ว บาคาร่า เช่น Paypal, Apple Card, Venmo และแอปธนาคาร แต่ยังมีความจำกัด คือ ใช้ได้ในวงปิด สามารถโอนเงินได้ระหว่างผู้ใช้งานในแอปเดียวกันเท่านั้น ไม่สามารถจ่ายข้ามแอป และบางแอปไม่สามารถใช้ร่วมกับธนาคารในชุมชน 10,000 แห่งทั่วสหรัฐได้

    ดังนั้นจึงได้พัฒนา FedNow เพื่อให้ธนาคารที่อยู่ในชุมชนทุกขนาดและทั่วประเทศ สามารถชำระเงินแบบเรียลไทม์ได้ พร้อมกับใช้ร่วมกับบริการของภาคเอกชน เพื่อส่งเสริมให้มีการพัฒนาด้านความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ รวมถึงใช้กันแพร่หลายจนเป็นโครงสร้างพื้นฐานในการชำระเงินของประเทศ แนวคิดนี้จะทำให้ธนาคารทั่วประเทศและบริการชำระเงินมีใช้กันอย่างแพร่หลาย ความร่วมมือกันจะทำให้เกิดความทันสมัยและปลอดภัย

    ระบบนี้ควรนำมาปรับใช้ในบ้านเรา เพื่อให้ประชาชนสะดวกในการชำระเงินซื้อสินค้าและจ่ายค่าบริการต่างๆ ได้สะดวกยิ่งขึ้น เช่น จ่ายค่ารถไฟฟ้า ค่านั่งเรือ ค่าวินมอเตอร์ไซค์ ค่าแท็กซี่ ค่าตั๋วดูหนัง ค่าอาหาร และบริการต่างๆ ผ่านระบบเดียว ซึ่งหากรัฐบาลจะนำไปใช้เป็นนโยบายก็จะสร้างความนิยมจากประชาชนได้อย่างท่วมท้นเลยทีเดียว

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา beartai.com